“เดอะ แรบบิท” บีจี ปทุมฯ ยูไนเต็ด ที่สภาพทีมเป็นรองตั้งแต่ยังไม่เริ่ม รวมใจสู้สุดชีวิต ก่อนจะพ่ายให้กับ “ชุนบุก ฮุนได” ทีมจากเกาหลีใต้ ไปในช่วงของการดวลจุดโทษ ด้วยสกอร์ 2-4 หลังจากที่เสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1 ในศึกฟุตบอล AFC Champions League 2021 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่สนามชอนจู เวิล์ดคัพ สเตเดี้ยม เมืองชอนจู

โดยในเกมนี้ ชุนบุก ฮุนได ขนผู้เล่นตัวจริงลงแบบจัดเต็ม ตั้งแต่กัปตันทีมอย่าง “ฮอง จอง-โฮ” และแนวรับตัวเก่งอย่าง “ลี ยอง” ตามด้วย “สตานิสลาฟ อิลจุทเชงโก” หัวหอกชาวรัสเซีย ยืนเป็นหน้าเป้า และมีเซอร์ไพรส์ด้วยการส่ง “ศศลักษณ์ ไหประโคน” กองหลังทีมชาติไทย ลงเป็นตัวจริงในเกมนี้อีกด้วย

ส่วนทางด้านของบีจี ปทุมฯ ยูไนเต็ด ที่ต้องใช้ “โค้ชง้วน” สุรชัย จตุรภัทรพงษ์ ยืนคุมทีมข้างสนามแทนที่ของ “ออเรลิโอ วิดมาร์” หัวหน้าผู้ฝึกสอนที่ไม่สามารถเดินทางมาได้ แถมยังขาดผู้เล่นตัวหลักไปหลายคนเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ต้องส่งผู้เล่นที่ดีที่สุดเท่าที่พวกเขามีลงสนาม โดยเป็นผู้เล่นไทยถึง 10 ราย นำโดยผู้รักษาประตูอย่าง “ฉัตรชัย บุตรพรม” กับ “ธีรศิลป์ แดงดา” สวมปลอกแขนกัปตันทีม และมี “อิรฟาน ฟานดี้” กองหลังทีมชาติสิงคโปร เป็นผู้เล่นต่างชาติเพียงคนเดียวของทีมในเกมนี้

เริ่มเกม เป็นทางด้านของชุนบุก ที่เหนือกว่า บุกเข้าใส่ทักทายก่อนทันที ในนาทีที่ 5 จากจังหวะที่ “ทากาฮิโร่ คูนิโมโตะ”​ เปิดให้กับ “สตานิสลาฟ อิลจุทเชงโก” ได้ยิง ไปแต่ไปติดกองหลังของบีจี สกัดออกมาได้

ในนาทีที่ 16 บีจีได้ลุ้นครั้งแรก จากจังหวะที่ “ธีรศิลป์ แดงดา” จ่ายเข้ากลางให้กับ “ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์” ได้ยิงโล่งๆ จากนอกกรอบเขตโทษ แต่ “ซอง บึม-คึน” ผู้รักษาประตูของชุนบุก ยังรับเอาไว้

จากนั้นไม่นาน ในนาทีที่ 17 ชุนบุกเกือบได้ใส่สกอร์ จากจังหวะที่ “ทากาฮิโร่ คูนิโมโตะ” ครอสบอลเข้าไปตรงกลาง และเป็น “ฮัน เคียว-วอน” ได้โฉบมายิงจ่อๆ แต่บอลไปตรงตัว “ฉัตรชัย บุตรพรม” ผู้รักษาประตูของบีจี เซฟเอาไว้ได้

ในนาทีที่ 30 ชุนบุกแก้เกมด้วยการส่งผู้เล่นหลัก 2 คน ในเกมรุกลงมาทันที โดยเปลี่ยนเอา “กุสตาโว่ เอนริเก้” และ “ซอง มิน-คิว” ลงมาแทน “คิม ซึง-แด” และ “ทากาฮิดร่ คูนิโมโตะ”

ถัดมาไม่นาน นาทีที่ 31 ชุนบุกเกือบได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะลูกเตะมุม และเป็น “สตานิสลาฟ อิลจุทเชงโก” ได้โหม่งเช็ดให้กับ “เปียก ซึง-โฮ” ได้โหม่งจ่อๆ บอลไปเข้ามือของ “ฉัตรชัย บุตรพรม” ผู้รักษาประตูของบีจี แต่นักเตะของชุนบุกพยายามจะฟ้องผู้ตัดสินว่าบอลข้ามเส้นไปแล้ว แต่ก็ไม่มีธงจากผู้ช่วยผู้ตัดสินแต่อย่างใด จึงยังไม่มีประตูเกิดขึ้น

ชุนบุกเริ่มทำเกใบุกเข้าใส่อีกครั้ง ในนาทีที่ 39 จากจังหวะที่ “ลี ซึง-กิ” พาบอลขึ้นมา ก่อนจ่ายให้กับ “กุสตาโว่ เอนริเก้” ได้โหม่งจ่อๆ แต่บอลหลุดเสาสองออกนอกกรอบไป

ช่วงก่อนจบครึ่งแรก ในนาทีที่ 45 ชุนบุกได้โอกาสทอง จากจังหวะลูกเตะมุมที่ “ลี ซึง-กิ” เปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษ และเป็น “ซอง มิน-คิว” ที่เก็บบอลได้ ก่อนจะยิงโล่งๆ แต่บอลเหินข้ามคานออกไปอย่างเหลือเชื่อ

และในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ในนาทีที่ 45+2 ความพยายามของเจ้าบ้านเป็นผลสำเร็จ จากจังหวะที่ “เปียก ซึง-โฮ” เปิดลูกเตะมุมเข้าไปในกรอบเขตโทษ และเป็น “ฮัน เคียว-วอน” โหม่งชงให้กับ “กุสตาโว่ เอนริเก้” โหม่งยัดเสาสองเข้าไปไม่เหลือ พาชุนบุก ฮุนได ขึ้นนำ 1-0 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

มาถึงในช่วงครึ่งเวลาหลัง ในนาทีที่ 49 บีจีเกือบเสียประตูที่ 2 จากจังหวะที่ “กุสตาโว่ เอนริเก้” ครอสบอลไปให้กับ “สตานิสลาฟ อิลจุทเชงโก” โล่งๆ หน้ากรอบเขตโทษ แต่กลับได้โหม่งไม่เต็มแรง โดนแนวรับของบีจีสกัดไว้ได้

เกมนิ่งอยู่นาน หลังจากที่ชุนบุกพยายามทำเกมบุกเข้าใส่เพื่อเอาประตูที่ 2 และยังไม่เป็นผล แต่ในนาทีที่ 75 บีจี ผู้มาเยือนสร้างเซอร์ไพรส์ จากจังหวะที่ “เชาว์วัฒน์ วีระชาติ” เปิดบอลให้กับ “ธีรศิลป์ แดงดา” ยิงกดพื้น บอลกระดอนไปชนเสาเหลี่ยมในเข้าประตูไป พาบีจีตามตีเสมอได้สำเร็จ 1-1

นาทีที่ 79 บีจีเกือบได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ “ธีรศิลป์ แดงดา” ครอสไปในกรอบเขตโทษ และเป็น “ชิตชนก ไชยแสนสุรินทร” ได้ยิงจ่อๆ แต่ “ซอง บึม-คึน” ผู้รักษาประตูของชุนบุก ยังปัดทิ้งเอาไว้ได้

ในนาทีที่ 80 ชุนบุกฯ เจ้าบ้านเปลี่ยนตัวคนสุดท้าย โดยเอา “ศศลักษณ์ ไหประโคน” ออก และส่ง “คิม จิน-ซู” กองหลังลงมาขันเกมรับ

ช่วงท้ายเกม ชุนบุกเริ่มทำเกมบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่องเพื่อหวังเอาประตูชัยเพื่อปิดเกมให้ได้ในเวลาปกติ แต่ก็ไม่เป็นผล จบเกม 90 นาที ทั้ง 2 ทีมเสมอกันอยู่ 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที เพื่อหาผู้ชนะ

มาถึงในช่วงต่อเวลาพิเศษ ในนาทีที่ 93 บีจีเกือบได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ “สุรชาติ สารีพิมพ์” เปิดบอลให้กับ “สารัช อยู่เย็น” ได้ยิง แต่บอลออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

บีจีได้ลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 102 จากจังหวะลูกเตะมุม ก่อนที่บอลจะถูกสกัดออกมา และเป็น “สารัช อยู่เย็น” ที่ยิงจากแถวสอง แต่บอลเหินข้ามคานไป 

ช่วงเวลาที่เหลือยังไม่มีประตูเพิ่ม หมดเวลาช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งแรก ทั้ง 2 ทีมยังเสมอกัน 1-1

มาถึงช่วงครึ่งหลัง นาทีที่ 107 ชุนบุกเกือบได้ประตู จากจังหวะที่ “ซอง มิน-คิว” เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ และเป็น “กุสตาโว่ เอนริเก้” ได้โหม่ง แต่บอลยังไปเข้ามือ “ฉัตรชัย บุตรพรม” ผู้รักษาประตูของบีจี รับเอาไว้ได้

ในช่วงเวลาที่เหลือ ก็ยังไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มได้ จบเกม 120 นาที เสมอกัน 1-1 ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษเพื่อหาผู้ชนะ

และในช่วงของการดวลจุดโทษ เป็นทางด้านของชุนบุก ฮุนได ที่แม่นกว่า ยิงเข้าครบทุกคน ส่วนบีจีฯ ยิงพลาดไป 2 คน สุดท้ายกลายเป็นชุนบุก ฮุนได ที่เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ในช่วงของการดวลจุดโทษด้วยสกอร์ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ


สมัครufabet กับ UFAdb88 เว็บแทงบอลเงินชัวร์ๆ บริการคุณตลอด 24 ชม.


ฝากกด Like Page Facebook >>> Facebook Soccersig

ฝากกด Follow Twitter ของพวกเรา >>> Twitter @soccersignews

ฝากกดติดตาม Line Official Account Soccersig >>> Line Official Account Soccersig


Cr. ภาพ : The-AFC.com

ใส่ความเห็น